วันศุกร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2558

ข้อดีของการทำก้อนเชื้อขนาดเล็ก

สวัสดีปีใหม่คับ รับปากไว้ว่าจะมาคุยเรื่องการทำก้อนขนาดเล็ก ว่าทำไมถึงทำก้อนเล็กจัง ....มีเหตุผลหลายอย่าง ซึ่งจากการที่ได้ใช้ก้อนขนาดไซต์ปรกติที่ฟาร์มต่างๆใช้กัน ทำให้ผมคิดว่า ขนาดที่ใช้จะคุ้มค่าจริงเหรอ ??? ลองคิดและจากประสบการณ์เปิดดอกมา เลยทำให้คิดว่าน่าจะมีจุดที่เราทำให้คืนทุน และได้กำไรมากกว่าในการเปิดดอกแรก ลองมาดูเหตุผลคับว่าทำไมผมถึงทำก้อนขนาดไซต์เล็ก

1.การทำก้อนขนาดเล็กจากเดิมที่ทำก้อนขนาดปรกติ ถ้าคิดขี้เลื่อย 100 กิโลกรัม จะได้ก้อนเชื้อเห็ดประมาณ 170 ก้อน (คิดกลางๆ) และถ้าผมทำก้อนขนาดเล็ก จะได้จำนวนก้อนประมาณ 270 ก้อน ซึ่งต่างกันประมาณ 100 ก้อน เมื่อทำการเปิดดอก
จะมีได้จำนวนดอกในรุ่นที่ 1 เพิ่มขึ้น พูดง่ายๆ คืนทุนพร้อมกำไรในรุ่นแรก แต่ข้อเสีย คือ ระยะเวลาในการเปิดดอกจะสั้น
ลง อาจจะสั้นกว่าปรกติประมาณ 1 เดือน

2.การเปิดดอกโดยส่วนใหญ่ (แทบทุกฟาร์ม) จะมีก้อนเชื้อที่เป็นโรค ทั้งราเขียว ราดำ แมลงหนอน ไร ต่างๆ ทำให้รุ่นต่อๆไปก็จะมีการลดประมาณผลผลิตลงเรื่อยๆ ดังนั้น การเอาทุนคืนและกำไรจึงเป็นช่วง 1-2 เดือนแรก เพราะจะนวนก้อนที่จะให้ผลผลิตได้จะลดลง ถึงแม้อาหารยังเหลือในก้อนอีกมากมายก็ตาม เหมือนเป็นการเสียไปโดยไม่ได้ประโยชน์

3. ระยะเวลาในการบ่มก้อน คิดว่าน่าจะสั้นลงประมาณ 10% ของเวลาปรกติ คือถ้าปรกติใช้เวลาหนึ่งเดือน ก็น่าจะสั้นลง อย่างน้อยซักสามวัน เนื่องจากขนาดก้อนสั้นลง ทำให้มีเวลาเปิดดอกเร็วขึ้น

4. ระยะเวลาในการเปิดดอกสั้นขึ้น โดยปรกติอาจจะเปิดดอกที่ 4-5 เดือน ก็จะเหลือประมาณ 3-4 เดือน ซึ่งก็น่าจะเป็นเวลาที่ไม่เกิดเชื้อโรคเยอะเท่าไร แต่ระยะเวลาที่สั้นลงเราก็ได้กำไรมากขึ้น เนื่องจากมีก้อนที่ได้เพิ่มขึ้นมาประมาณ 100 ก้อน

นี่แระคับเหตุผลที่ผมลดขนาดก้อนให้เล็ก เพื่อที่จะได้จำนวนก้อนที่เพิ่มขึ้น อาจจะสิ้นเปลืองเรื่องถุง แต่เทียบแล้วผมคิดว่าน่าจะคุ้มค่า เพื่อนๆคนไหนสนใจก็ลองทำดูได้ ไม่เสียหายคับ
 — ที่ จ่าเอกฟาร์มเห็ดไฮเทค

วันอังคารที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ลองอ่านซักนิดนะครับ

ลองอ่านซักนิดนะครับ

"พ่อครับ ข้างบ้านเขาขโมยสอยมะม่วงเราครับ"
เด็กชายตัวน้อยวิ่งตื๋อมาหาพ่อ

พ่อหัวเราะแล้วถาม
"เราเหลืออีกหลายลูกไหม? ลูก"
"ผมเห็นอีกหลายลูกเลยครับ"
"งั้นไปสอยมะม่วงสุกมาให้พ่อสักเจ็ดลูกสิ"

เด็กชายเข้าใจว่าพ่อคงใช้ให้สอยมะม่วงเพราะกลัวเพื่อนบ้าน
จะขโมยอีก จึงรีบสอยมะม่วงมาให้พ่อ

เมื่อได้มะม่วงก็หอบมาให้พ่อ หวังว่าจะได้ทานกันอย่างเอร็ดอร่อย
แต่ปรากฎว่า ผู้เป็นพ่อนำมะม่วงทั้งหมดมาจัดใส่ตะกร้าอย่างสวยงาม
แล้วจูงมือลูกชายไปกดกริ่งหน้าประตูของเพื่อนบ้านที่ลูกชายบอกว่า
สอยมะม่วงไป

เด็กชายงง ไม่เข้าใจว่าพ่อจะทำอะไร เมื่อเพื่อนบ้านเปิดประตูรั้วออกมา
เป็นชายวัยกลางคน หน้าตามีพิรุธเหมือนทำผิดอะไรบางอย่าง
ผู้เป็นพ่อจึงยื่นมะม่วงทั้งตะกร้าให้ แล้วกล่าวว่า

"ผมเอามะม่วงมาฝากครับ เป็นเพื่อนบ้านอยู่บ้านข้างๆนี่เอง
มีอะไรก็บอกกันนะครับ จะได้ช่วยเหลือกัน"

ชายคนนั้นมีสีหน้าเสียใจอย่างเห็นได้ชัด เขาบอกให้พ่อรอสักครู่
พร้อมทั้งกลับมาด้วยตะกร้าใบเดิม แต่คราวนี้มีไข่ไก่เต็มตะกร้า

"ผมเลี้ยงไข่ไก่ไว้หลายตัว ขอให้ไข่เป็นของตอบแทนน้ำใจนะครับ"

พ่อกล่าวของบคุณ แล้วจูงมือเด็กชายกลับบ้าน เด็กชายถามพ่อด้วยความสงสัย

"ทำไมพ่อถึงเอามะม่วงไปให้เขา แทนที่จะไปทวงมะม่วงของเราคืนมา"

"ถ้าพ่อไปทวงมะม่วง เราอาจจะได้มะม่วงคืน แต่เราจะเสียเพื่อนบ้าน
และอาจถึงกับโกรธกัน แต่นี่พ่อเอามะม่วงไปให้เขาเจ็ดลูก รวมที่เขาสอยไปหนึ่งลูกเป็นแปดลูก แต่เราได้ทั้งน้ำใจเขา ซึ่งก็คือไข่ตะกร้าใหญ่ แถมยังได้เพื่อนบ้านเพิ่ม ลูกว่าแบบไหนดีกว่ากันล่ะ"

คัดลอกจากคอลัมน์ Sharing นิตยสาร Secret ฉบับ 10 ธ.ค.57
ภาพ : วิทวัส มีเดช

ค้นหาบล็อกนี้