วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2558

พืชกระแสแรง ต้นอ่อนทานตะวัน หรือ ทานตะวันงออก

พืชกระแสแรง ต้นอ่อนทานตะวัน  หรือ ทานตะวันงออก

ถึงตอนนี้หลายๆคนคงเคยได้ยิน หรือเคยได้ลิ้มลองรสชาติของต้นทานตะวันงอก เมนูต่างๆ ซึ่งเป็นพืชกระแสแรงอีกชนิดหนึ่ง เพราะเป็นพืชปลอดสารพิษ เพาะง่าย กำไรงาม มีสรรพคุณทางโภชนาการมากมาย ดังนี้

สำหรับใครที่สนใจเพาะก็ไม่ยาก มีวิธการง่ายๆ คร่าวๆ ดังนี้ 

1. ทำการล้างเมล็ดที่ได้ซื้อมาจากแหล่งขายเมล็ดที่ขายสำหรับเพาะต้นอ่อนโดยเฉพาะ แล้วแช่เมล็ดในน้ำ ไว้ประมาณ 6-8 ชม.
2. นำเมล็ดที่แช่น้ำ มาห่อผ้ารดน้ำให้ชุ่ม 8-12 ชม. สังเกตุจะมีหน่อเล็กๆ ยาวประมาณ 2-3 มิลลิเมตร 

3. เตรียกระบะพร้อมดินผสมขุยมะพร้าว กรองกากออก แล้วเกลี่ยให้เรียบ สูงประมาณ 2-3 ซม. 

4. นำเมล็ดที่ออกหน่อโรยให้ทั่ว เมล็ดไม่ทับกันเกินไป  แล้วโรยกลบด้วยดินพอไม่เห็นเมล็ด รดน้ำให้ชุ่ม

5. วางกระบะเพาะหรือแผ่นฟิวเจอร์บอร์ด จนกว่าเมล้ดจะออกและดันขึ้นมา รดน้ำทุกสองวัน หรือสังเกตุดินไม่แห้งเกินไป 
6, เมื่อเมล็ดเริ่มออกให้ทำเปิดแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดและการรดน้ำ ทิ้งไว้ 10-20 นาทีให้ปิดไว้  โดยเช้าเย็นประมาณ 2 วัน 

7.  เมื่อเริ่มยาว ประมาณวันที่ 5-6  ให้เปิดรับแสงแดด  ย้ำนะครับ...รับเพียงแสงแดด ไม่ต้องเอาไปตากแดดจะทำให้ต้นอ่อนทานตะวันเหี่ยว ซึ่งจะทำการเปิดรับแสง ประมาณ 2 วัน 

8. หลังจากเปิดรับแสง ต้นทานตะวันงอกจะมีสีเขียว ซึ่งเกิดจากการสังเคราะห์แสง ซึ่งส่วนนี้นี่เองเป็นการสะสมสารอาหารต่างๆ 
9. หลังจากเปิดรับแสงแล้วให้สังเกตุระยะเวลาการตัด  ซึ่งระยะเวลาการตัดที่เหมาะสม ไม่ควรให้ใบคู่ที่สองออก เพาะจะทำให้รสชาติเสีย ควรที่จะมีหน่อยเล็กๆ ก็ทำการตัดล้างน้ำ นำไปปรุงอาหารได้ตามต้องการ 


สำหรับผู้ที่สนใจการเพาะ สอบถามเพิ่มเติม หรือสั่งเมล็ดได้ที่ เพจ "จ่าเอกฟาร์มเห็ดไฮเทค"


https://www.facebook.com/pages/%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%9F%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B9%84%E0%B8%AE%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%84/692985730786102


วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

สนใจเพาะเห็ดถุง เริ่มต้นอย่างไรดี....??? ตอนที่ 4 การเลือกเชื้อ ต่อเชื้อจากเมล็ดข้าวฟ่าง...???

สนใจเพาะเห็ดถุง เริ่มต้นอย่างไรดี....???
ตอนที่ 4 การเลือกเชื้อ ต่อเชื้อจากเมล็ดข้าวฟ่าง...???
ในการเพาะเห็ดถุง อีกขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญคือ การต่อเชื้อจากเมล็ดข้าวฟ่าง, เมล็ดข้าวเลือก หรือเมล็ดธัญพืชต่างๆที่ประหยัด สะดวก หาง่าย (หากผลิตเอง) แต่โดยส่วนมากที่จะนิยมใช้กันคือเมล็กข้าวฟ่าง ซึ่งการเทเชื้อจะสะดวก เมล็ดไหลลงสู่ก้อนเชื้อเห็ดง่าย ทำให้ระยะเวลาที่เชื้ออื่นจะมีการปะปนก็จะน้อยลง ทำให้อัตราการเกิดราเขียวจากขั้นตอนนี้น้อยลงไปด้วย
การเลือกเชื้อ เวลาสั่งเชื้อ ให้บอกคนผลิตเชื้อด้วยว่าเราต้องการใช้เชื้อสำหรับต่อในวันที่เท่าไร เพราะคนทำจะกำหนดได้ว่าเชื้อแต่ละวันเดินกี่วันเต็ม และเมื่อเดินเต็มแล้วก็สามารถทำการต่อได้ หากจะเก็บไว้ควรสังเกตุเชื้อด้วยว่ามีการปลอมปน ของราอื่นๆ ด้วยหรือไม่ ซึ่งจะสังเกตุเห็นเป็นจุดๆ ดำๆ เขียวๆ และไม่ควรเก็บเชื้อไว้นานจนเกินไป
การสั่งซื้อเชื้อ ควรสั่งกับร้านที่ไว้วางใจ เนื่องจากเชื้อ ที่ทำเราอาจจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่ามีการต่อเชื้อมากี่รุ่นแล้ว อย่างเช่นเชื้อตัวอย่าง ผมได้ทดลองทำการต่อเชื้อ รุ่นที่ S3 หรือ รุ่นที่3 ซึ่งเป็นการต่อเพื่อทดลองดูการเดินของเส้นใย แต่บางที่ อาจจะมีการต่อเชื้อ รุ่นที่ 4 หรือมากกว่านั้นก็ได้
ขั้นตอนการเทเชื้อหลายๆคนคงมีวิธีการหลากหลาย ทั้งในห้องแอร์ ห้องปิดมิดชิด หรือกลางที่โล่ง หัวใจของการเทเชื้อคือ ช่วงเวลาที่ปลอดเชื้ออื่นน้อยที่สุด มีการพัดของลมน้อยที่สุด และเชื้อที่เทสัมผัสอากาศน้อยที่สุด พูดง่ายๆ คือทุกอย่างต้องสะอาด แม้แต่ตัวคนเทเชื้อเองก็ตาม ควรที่จะทำความสะอาดร่างกายให้เรียบร้อยก่อนทำการเทเชื้อ
การบ่มก้อน มีหลายวิธี แล้วแต่พี้นที่สะดวก ว่าจะแนวนอน หรือแนวตั้้ง ขอให้เป็นพื้นที่อากาศถ่ายเท ไม่โดนแสงแดด ไม่โดนฝน และมีเชื้อโรค หรือไรรบกวน ทางที่ดีก่อนการนำก้อนไปพักควรทำความสะอาดโรงเรือนด้วยการฉีดพ่นด้วยสาร ชีวภาพไล่แมลง เทปูนขาว เพื่อไล่แมลง
เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอ แต่อย่าลืมตรวจดูการเดินของเส้นใยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่จะประเมินผลงานเป็นขั้นตอนไป ว่าปัญหาเกิดจากขั้นตอนไหนบ้าง.....
หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่กำลังศึกษาไม่มากก็น้อยนะคับ

ค้นหาบล็อกนี้